วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Pattaya City.


Pattaya
City.
    "พัทยา" ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ตามประวัติเล่าว่า พระเจ้าตากสินได้ตีฝ่าวงล้อมพม่ามารวบรวมพลที่ฝั่งตะวันออก และได้หยุดพักแรมที่นาจอมเทียนและทุ่งไก่เตี้ยสัตหีบ ซึ่งภายหลังชาวบ้านเรียกตำบลนี้ว่า "ทัพพระยา" ต่อมาเรียกใหม่เป็น "ทัพธยา" และกลายเป็น "พัทยา" ในที่สุด บางคนก็เล่าว่า "พัทยา" มาจากชื่อของลมทะเล ที่พัดจากตะวันตกเฉียงใต้ไปตะวันออกเฉียงเหนือในต้นฤดูฝน  

          ใน ปี พ.ศ. 2504 ระหว่างสงครามเวียดนาม ทหารอเมริกันได้เข้ามาตั้งฐานทัพในไทย และได้มาพักผ่อนเช่าบ้านพักตากอากาศที่หาดพัทยาหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนเป็น ประจำ และนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของสถานที่พักตากอากาศชายทะเลอันมีชื่อเสียงต่อ ๆ มา
          พัทยา มีฐานะเป็นเขตการปกครองพิเศษ 1 ใน 2 แห่งของประเทศไทย (อีกแห่งคือกรุงเทพมหานคร) มีพื้นที่แบ่งได้เป็น 4 ส่วน ได้แก่ พัทยาเหนือ พัทยากลาง พัทยาใต้ และหาดจอมเทียน อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยานั้นเหมาะแก่การเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ มาก ๆ เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่เอื้อม ใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงเศษ ๆ ก็ถึง (ใกล้จริง ๆ) แถมที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ทะเล ชายหาด สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ เครื่องเล่น กีฬานานาชนิด ร้านค้า ร้านอาหาร เป็นต้น 


สถานที่ท่องเที่ยวพัทยา 

สถานที่ท่องเที่ยวพัทยา 
  หาดพัทยา

          หาดพัทยา อยู่ในตัวเมืองพัทยา จากพัทยาเหนือถึงพัทยาใต้ เป็นหาดที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีโรงแรมและสถานบันเทิงบริการตลอดเวลา ระยะทางทั้งหมดประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นหาดที่มีถนนเลียบชายหาดที่ร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด ชายหาดทางด้านเหนือเป็นบริเวณที่ค่อนข้างเงียบสงบ นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นน้ำ นั่งพักผ่อน หรือเล่นกีฬาทางน้ำต่าง ๆ ส่วนชายหาดช่วงกลางไปจนถึงสุดหาดทางด้านใต้ เป็นบริเวณที่มีธุรกิจการบริการหนาแน่น ทั้งแหล่งอาหาร เครื่องดื่ม ห้างสรรพสินค้า ร้านขายของที่ระลึก ตลอดจนแหล่งบันเทิงเริงรมย์ต่าง ๆ มากมาย 

หาดจอมเทียน

          หาดจอมเทียน เดิมเรียกว่า หาดดงตาล เพราะมีต้นตาลตลอดแนว มีหาดทรายขาวสะอาด แต่ชายหาดค่อนข้างแคบ เป็นหาดที่อยู่ทางทิศใต้ ห่างจากตัวเมืองพัทยาประมาณ 4 กิโลเมตร ชายหาดมีความยาว 6 กิโลเมตร มีถนนที่ร่มรื่นเลียบชายหาดโดยตลอด หาดจอมเทียนเป็นหาดที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมเดินทางไปพักผ่อน เล่นน้ำ เช่น กระดานโต้คลื่น ขับเรือสกูตเตอร์ และเล่นกิจกรรมทางน้ำอื่น ๆ บริเวณชายหาดมีร้านอาหาร ร้านค้าไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว มีโรงแรม คอนโดมิเนียม ร้านอาหาร ฯลฯ มากมาย (ชักอยากไปแล้วล่ะสิ)

เกาะล้าน
          
สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอันดับต้น ๆ ของพัทยา เพราะนอกจากจะอยู่ห่างชายฝั่งพัทยา 7 กิโลเมตร และนั่งเรือโดยสาร 45 นาทีเท่านั้น เกาะล้านยังมีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง ส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ดูปะการัง เล่นกีฬาทางน้ำ เช่น เรือลากร่มชูชีพ เรือสกี สกูตเตอร์ โดยเฉพาะที่หาดตาแหวน หาดทองหลาง หาดนวล และหาดเทียน ส่วนหาดแสมบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดอื่น บริเวณเกาะล้านและเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เช่น เกาะครกและเกาะสาก รวมถึงเป็นแหล่งตกปลาดำน้ำดูปะการังทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น และเป็นสถานที่ฝึกหัดเรียนดำน้ำด้วย

เขาพระตำหนัก หรือ เขาพระบาท

          เป็นภูเขาเตี้ย ๆ คั่นระหว่างหาดพัทยาใต้กับหาดจอมเทียน บนยอดเขาเป็นที่ตั้งของวัดเขาพระบาท อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และจุดชมวิว ซึ่งเปิดให้ขึ้นไปชมได้ระหว่างเวลา 07.00 - 22.00 น จากจุดนี้จะแลเห็นทัศนียภาพโค้งอ่าวของบริเวณเมืองพัทยาได้สวยงามมาก บริเวณเชิงเขามีสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนออกกำลังกายด้วย 

สวนสนุกและสวนน้ำพัทยาปาร์ค
          โรงแรมพัทยาปาร์ค มีสวนน้ำและสวนสนุกให้บริการนักท่องเที่ยว ที่นิยมเดินทางมาพักผ่อนและร่วมทำกิจกรรมกันแบบครอบครัว อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ ประเภทสวนสนุกและสวนน้ำ โดยสวนน้ำ พัทยาปาร์ค (Water Park) มีสระน้ำวนขนาดใหญ่ สร้างวนรอบสวนน้ำ สามารถว่ายเล่นได้อย่างทั่วถึง มีสไลเดอร์ขนาดยักษ์ทั้งแบบทางตรง และแบบอุโมงค์

          ด้าน สวนสนุก พัทยาปาร์ค (Fun Park) เปิดให้บริการทุกวัน มีเครื่องเล่นให้ตื่นเต้นสนุกสนานด้วยกันหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับทุกครอบครัว หรือกับกลุ่มเพื่อน เช่น Tower shot เครื่องเล่นทดสอบความกล้า ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก, Slalom Roller Coaster รถไฟเหาะ ได้รับการโหวตจากหลายคนว่าหวาดเสียว, Vikings กระเช้าไวกิ้ง, Family Swinger คล้ายม้าหมุน เหวี่ยงให้ได้มุมเอียงนิด ๆ เพื่อความสนุกสนาน เหมาะสำหรับทุกวัย, Monorail นั่งรถรางไฟฟ้าชมสวนน้ำ เหมาะสำหรับทุกวัย และ Samba Tower กระเช้าหมุน เหมาะสำหรับทุกวัย ฯลฯ

          นอกจากนี้ ยังมี พัทยาปาร์ค ทาวเวอร์ (Pattaya Park Tower) เป็นทั้งภัตตาคารและจุดชมวิวแบบพาโนรามารอบทิศทาง สูงจากพื้นดิน 240 เมตร ตรงจุดนี้ทำให้มองเห็นเมืองพัทยา และอ่าวรายรอบทั้ง 360 องศา ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0 3825 1201-8, 0 3836 4110-20 หรือเว็บไซต์ www.pattayapark.com

 วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร
          มีเนื้อที่กว้างขวางถึง 366 ไร่ แยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรง กม.160 ไปอีก 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เพื่อถวายสมเด็จพระญาณสังวรฯ สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน และต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภก บริเวณทางเข้ามีศาลานานาชาติ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติของประเทศต่าง ๆ ตั้งอยู่เรียงรายริมสระน้ำ ภายในบริเวณวัดมีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง พระเจดีย์ใหญ่ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระธาตุของพระอรหันต์สาวก วิหารพระญาณเรศร์

          ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 3823 7506 นอกจากนี้ ยังมีบริเวณที่เป็นโครงการพระราชดำริ ศูนย์ฝึกเกษตรและบริเวณอนุรักษ์สัตว์ป่า โทรศัพท์ 0 3823 8060, 0 3823 5250

เกาะล้าน 
เกาะล้าน 

สถานที่ท่องเที่ยวพัทยา 
สถานที่ท่องเที่ยวพัทยา 

 Under Water World

          เป็นแหล่งรวมพันธ์ปลาทะเลในด้านอ่าวไทย นักท่องเที่ยวสามารถชมผ่านมิติใหม่โดยเดินลอดอุโมงค์แก้ว ที่เปิดให้เห็นปลาประเภทต่าง ๆ ที่ว่ายอยู่รอบ ๆ ได้ถึง 180 องศา อุโมงค์มีความยาว 105 เมตร แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ โซนปะการัง มีปลาสวยงามซึ่งหาดูได้ยาก เช่น ปลาสิสมุทร ปลาพยาบาล ปลาผีเสื้อ ฯลฯ โซนปลากระดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลากระเบน โซนเรืออับปาง มีปลาประมงต่าง ๆ เช่น ปลาเก๋า ปลาจาระเม็ด ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงให้อาหารสัตว์ทั้งบนผิวน้ำ และดำไปให้อาหารใต้น้ำเป็นรอบ ๆ ในแต่ละโซนด้วย

          Under Water World ตั้งอยู่เส้นสุขุมวิท-หนองปรือ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. รายละเอียดอื่น ๆ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 3875 6879 หรือเว็บไซต์ www.underwaterworldpattaya.com

  ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา
          สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางศิลปวัฒนธรรมไทยกลางใจเมืองพัทยา จำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไทยที่เรียบง่าย และแสดงให้เห็นถึงความผูกพันกับสายน้ำตั้งแต่อดีตสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลใน 4 ภาค ของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ และที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงาม นั่งเรือพายชมทัศนียภาพ 2 ฝั่งน้ำ สัมผัสกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การค้าขายทางน้ำ ตระการตากับร้านค้าเรือนไทยไม้สักทั้งหลังที่สวยงาม โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตลาดน้ำ จุดเด่นของเรือนไม้สักของแต่ละภาคที่สังเกตง่าย ๆ คือ หน้าจั่วที่มีลักษณะแตกต่างกัน สำหรับสินค้าทั้ง 4 ภาค จะแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิตแต่ละภาค

          ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา ตั้งอยู่ติดถนนสุขุมวิท อยู่ห่างจากพัทยาใต้ไปทางสัตหีบ ประมาณ 2.5 กิโลเมตร (ฝั่งซ้ายมือ) ก่อนถึงป้ายสุดเขตเมืองพัทยา เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 19.00 สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0 3870 6340

สถานที่ท่องเที่ยวพัทยา 
สถานที่ท่องเที่ยวพัทยา 
สถานที่ท่องเที่ยวพัทยา 
   ปราสาทสัจธรรม

          ปราสาทสัจธรรม เป็นปราสาทไม้แกะสลักที่ใหญ่และตระการตา สร้างโดย คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อสร้างเมืองโบราณ และช้างเอราวัณ สร้างโดยฝีมือของช่างในสมัยก่อนที่สืบทอดความรู้ความสามารถมาถึงในปัจจุบัน สถาปัตยกรรมของปราสาทสัจธรรมเป็นทรงไทยจัตุรมุข 4 ด้าน มีความงดงามอ่อนช้อย งดงามหาที่ไหนมิได้ สูงจากพื้นถึงยอดปราสาทถึง 105 เมตร ใช้เสาถึง 170 ต้น อายุราว 300 – 800 ปี การสร้างใช้การเข้าเดือย หางเหยี่ยว และเข้าลิ่ม โดยใช้ไม้เนื้อแข็ง ประเภทไม้สัก ไม้ตะเคียนทอง และไม้แดง เป็นต้น

          ปราสาทสัจธรรม ตั้งอยู่ปลายแหลมราชเวช พัทยา ซ.นาเกลือ 12 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00 -18.00 น. นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย เช่น นั่งรถม้า, นั่งช้าง, ขับรถ ATV,  เรือ Speed Boat และยังมีร้านอาหารบรรยากาศธรรมชาติไว้บริการท่าน  ติดต่อสอบถามได้ที่ 0 3836 7229-30, 0 3836 7815, 08 1350 8709  หรือเว็บไซต์ www.sanctuaryoftruth.com

 การเดินทาง

1. มีรถโดยสารจากกรุงเทพฯ - พัทยา มีทั้งรถปรับอากาศและรถโดยสารธรรมดา โทรศัพท์ 0 2390 1230

Pattaya
          2. รถไฟมีรถไฟไปพัทยาทุกวัน ๆ ละหนึ่งเที่ยว ขาไปเวลา 06.55 น. ขากลับเวลา บ่าย 14.40 น. ของทุกวัน โทรศัพท์ 0 2233 7010, 0 2223 7020 

          3. ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดชลบุรีจะใช้ได้หลายเส้นทาง คือ

          - ใช้เส้นทางสายบางนา - ตราด ทางหลวงหมายเลข 34 เข้าสู่จังหวัดชลบุรี

          - ใช้เส้นทางสายกรุงเทพฯ - มีนบุรี ทางหลวงหมายเลข 304 ซึ่งจะผ่านทางฉะเชิงเทรา, บางปะกงและเข้าชลบุรี

          - ใช้เส้นทางสายเก่าถนนสุขุมวิททางหลวงหมายเลข 3 ผ่านสมุทรปราการ ถึงแยก อำเภอบางปะกงจึงใช้ทางหลวงหมายเลข 34 เข้าชลบุรี 

          ซึ่งทั้งสามเส้นทางที่เดินทางจากกรุงเทพฯจะมารวมอยู่ที่ชลบุรี ถึงจะใช้เส้นทางถนนสายสุขุมวิทเพื่อเข้าสู่เมืองพัทยา ซึ่งใช้ถนนสามสายหลักๆ คือ พัทยาเหนือ อยู่ตางหลักกิโลเมตร 144 ถนนพัทยากลาง อยู่ที่หลักกิโลเมตร 145 - 146 และพัทยาใต้อยู่ที่หลักกิโลเมตร 147 ถนนทั้งสามเส้นทางนี้จะเลียบชาดหาดพัทยา

ขอบคุณข้อมูล



 

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ท่องเทียวกาญจนบุรี

ท่องเทียวกาญจนบุรี

กาญจนบุรีคือดินแดนแห่งธรรมชาติ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่า พรรณไม้ โถงถ้ำ น้ำตก และประเพณีวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกัน อย่างเอื้ออารี ทั้งไทย พม่า มอญ ปากะญอ (กะเหรี่ยง) ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้น กาญจนบุรียังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีอนุสรณสถานหลายแห่งปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐาน เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตร พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ฯลฯ ด้วยความหลากหลายของพื้นที่และเรื่องราวที่สั่งสมอยู่ในจังหวัดชายแดนตะวัน ตกแห่งนี้ กาญจนบุรีจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์ ทุกวัย และทุกฤดูกาล
จังหวัดกาญจนบุรีมีเนื้อที่ประมาณ 12 ล้านไร่ หรือ 19,483 ตารางกิโลเมตร ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและเทือกเขาสูง โดยมีแม่น้ำสายหลัก 2 สาย คือ แม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อย ที่ไหลขนานลงมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแม่กลองที่ตัวเมืองกาญจนบุรี ความเป็นมาของกาญจนบุรีเท่าที่มีการค้นพบหลักฐานนั้น ย้อนไปได้ถึงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อมีการค้นพบเครื่องมือหินในบริเวณบ้านเก่า อำเภอเมืองฯ ล่วงมาถึงสมัยทวารวดี ซึ่งมีหลักฐานคือซากโบราณสถานที่ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี เป็นเจดีย์ลักษณะเดียวกับจุลประโทนเจดีย์ที่จังหวัดนครปฐม บ้านคูบัว จังหวัดราชบุรี และเมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งค้นพบโบราณวัตถุ เช่น พระพิมพ์สมัยทวารวดีจำนวนมาก สืบเนื่องต่อมาถึงสมัยพุทธศตวรรษที่ 16-18 หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบคือปราสาทเมืองสิงห์ ซึ่งมีรูปแบบศิลปะแบบขอม สมัยบายนความเป็นมาของกาญจนบุรียังปรากฏในพงศาวดารเหนือว่า กาญจนบุรีเป็นเมืองขึ้นของสุพรรณบุรีในสมัยสุโขทัย ครั้นมาถึงสมัยอยุธยา กาญจนบุรีก็มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญจนกระทั่งถึงสมัยกรุงธนบุรีและรัตน โกสินทร์ต่อมา ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีการจัดรูปแบบการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล กาญจนบุรีถูกโอนมาขึ้นกับมณฑลราชบุรี และยกฐานะเป็นจังหวัดกาญจนบุรีในปี พ.ศ. 2467เหตุการณ์ที่ทำให้กาญจนบุรีมีชื่อเสียงไปทั่วโลก คือช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นตัดสินใจสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ จากชุมทางหนองปลาดุกในประเทศไทย ไปยังเมืองทันบีอูซายัตในพม่า โดยเกณฑ์เชลยศึกและแรงงานจำนวนมากมาเร่งสร้างทางรถไฟอย่างหามรุ่งหามค่ำ จนทำให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งจากความเป็นอยู่ที่ยากแค้นและโรคภัยไข้เจ็บที่รุมเร้า ซึ่งภาพและเรื่องราวของความโหดร้ายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปรากฏอยู่ในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในกาญจนบุรีจังหวัดกาญจนบุรีแบ่งเขตการปกครอง ออกเป็น 13 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ อำเภอพนมทวน อำเภอไทรโยค อำเภอสังขละบุรี อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอท่ามะกา อำเภอท่าม่วง อำเภอทองผาภูมิ อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอหนองปรือ และอำเภอห้วยกระเจา

 
 

                                       
                                   
                                        
                                                

ทิปส์ท่องเที่ยว
  • เที่ยวเมืองกาญจน์ได้ทุกฤดู แต่เที่ยวหน้าฝนจะได้ชื่นชมผืนป่าเขียวสด น้ำตกก็หลั่งไหลชุ่มชื่นสวยงาม ยิ่งถ้าไปปลายฝน ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม จะได้ลิ้มรสอาหารที่ทำจากเห็ดโคนสดๆ ซึ่งเป็นเมนูเด่นของกาญจนบุรี
  • ในเขตอำเภอทองผาภูมิ-สังขละบุรีที่อุดมไปด้วยผืนป่า โถงถ้ำ น้ำตก และสายน้ำ ไม่เพียงเป็นแหล่งธรรมชาติน่าเที่ยว แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมแอดเวนเจอร์ เช่น ขี่เอทีวี โรยตัวผ่านผาน้ำตก ล่องแก่ง โหนรอกผ่านหุบเขา
  • บ้านหนองขาว อำเภอท่าม่วง เป็นชุมชนน่ารัก มีเอกลักษณ์ เต็มไปด้วยประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เข้าไปเที่ยวที่นี่ ควรพักค้างคืนที่บ้านกลางทุ่ง ออร์กานิก โฮม ซึ่งยึดคอนเซ็ปต์การใช้ชีวิตในความสดสะอาดของธรรมชาติแวดล้อม กินผักสด สูดอากาศบริสุทธิ์ และรื่นรมย์กับการชมวิถีชีวิตน่ารักๆของคนบ้านหนองขาว
ขอบคุณข้อมูล
http://thai.tourismthailand.org

 


วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กระบี่ ทะเลสวย อาหารอร่อย

กระบี่ ทะเลสวย อาหารอร่อย

ประวัติความเป็นมาจังหวัดกระบี่


จังหวัด กระบี่ ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก คือทะเลอันดามัน ติดต่อกับจังหวัดพังงา และสุราษฎร์ธานีทางด้านทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดตรังทางด้านทิศใต้ และติดต่อกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี กับจังหวัดนครศรีธรรมราช ทางด้านตะวันออก

ตัวจังหวัด ตั้งอยู่ระหว่างแนวเทือกเขา ที่สำคัญของภาคใต้ สองแนว คือ แนวเทือกเขาภูเก็ต อยู่ทางทิศตะวันตก แนวเทือกเขานครศรีธรรมราช อยู่ทางทิศตะวันออก เป็นเทือกเขาที่ต่อเนื่องมาจาก เทือกเขาตะนาวศรี พื้นที่ส่วนใหญ่ มีภูเขาหินปูนเป็นลูกโดด ๆ เตี้ย ๆ มีถ้ำหินปูน บ่อน้ำร้อน และแอ่งน้ำ ที่เกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน สลับกับพื้นที่แบบลูกคลื่นลอนลาด ที่ราบเชิงเขาที่ลาดเอียง ไปทางชายฝั่งด้านใต้ และด้านตะวันตก และที่ราบแคบ ๆ แถบชายฝั่ง

พื้นที่ตอนกลาง มีแนวภูเขาที่สำคัญ คือ ภูเขาพนมเบญจา อยู่ในเทือกเขาภูเก็ต วางตัวอยู่ในแนวเหนือ - ใต้ เป็นภูเขาที่มียอดเขาสูงสุด ในแนวเทือกเขาภูเก็ต คือสูง ๑,๔๐๐ เมตร เป็นแนวสันปันน้ำ ด้านตะวันตก ไหลลงสู่อ่าวพังงา ด้านตะวันออก ไหลลงสู่แม่น้ำกระบุรี ด้านทิศเหนือ ไหลลงสู่แม่น้ำตาปี ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี

จังหวัดกระบี่ มีชายฝั่งทะเล ยาวประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร เป็นชายฝั่งทะเลยุบตัว อันเกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ใกล้กับแนวแผ่นดิน มีลักษณะเว้าแหว่ง และสูงชัน ต่างกัน บางบริเวณ มีภูเขาติดกับชายฝั่งทะเล เช่น เขากาโรส และมีเกาะอยู่นอกชายฝั่ง อยู่ถึง ๑๓๐ เกาะ ในบรรดาเกาะดังกล่าว มีผู้คนอาศัยอยู่ เพียง ๑๓ เกาะ เกาะที่สำคัญ ได้แก่ เกาะลันตา เกาะจำ เกาะพี - พี เกาะศรีบอยา เกาะไหง ฯลฯ

พื้นที่ชายฝั่งส่วนใหญ่ เป็นป่าชายเลนไหล่ทวีปผืนแคบ ๆ มีหาดทรายอยู่น้อย มีบางบริเวณถูกแรงบีบอัดของเปลือกโลก ทำให้ท้องทะเลเดิม ถูกยกตัวขึ้นมาอยู่บนชายฝั่ง เช่น พื้นที่บริเวณสุสานหอย ๗๕ ล้านปี ที่บ้านแหลมโพธิ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง ฯ
เมืองกระบี่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

เจ้าพระยานครศรีธรรมราช ให้พระปลัดเมือง มาตั้งเพนียดจับช้างที่บ้านปกาไส ต่อมามีผู้คนมากขึ้น ก็ยกฐานะเป็นแขวงเมือง แล้วได้รวบรวมแขวงเมืองต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองกระบี่ แต่เนื่องจากไม่มีรายละเอียดว่า เป็นปลัดท่านใด จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาลงไปได้ อย่างไรก็ตาม ก็มีการสันนิษฐานว่า การตั้งเพนียดจับช้างที่ปกาไสนั้น น่าจะเกิดปลายสมัยเจ้าพระยานคร (พัด) ซึ่งปกครองเมืองนคร ฯ อยู่ ๒๗ ปี ถึง พ.ศ.๒๓๕๔

ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2415 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะแขวงเมืองปกาสัย ขึ้นเป็นเมือง และทรงพระราชทานนามว่า “เมืองกระบี่” โดยให้ตั้งที่ทำการบริหารราชการ อยู่ที่ตำบลกระบี่ใหญ่ (บ้านตลาดเก่า) ในท้องที่อำเภอเมือง ของเมืองนครศรีธรรมราช มีเจ้าเมืองคนแรก ชื่อหลวงเทพเสนา และต่อมา ในปี พ.ศ. 2418 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้แยกเมืองกระบี่ ออกจากการปกครองของเมืองนครศรีธรรมราช เป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร

สำหรับการตั้งเมืองนั้น เมื่อ พ.ศ. 2433 พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอ ซิบบี้ ณ ระนอง) สมุหเทศาภิบาล ประสงค์จะให้เมืองอยู่ใกล้กับท่าเรือ สามารถติดต่อกับต่างประเทศได้สะดวก จึงได้ย้ายศาลากลางจากตลาดเก่ามาตั้ง ณ ที่ตั้งปัจจุบัน

ต่อมาปี พ.ศ. 2475 ศาลากลางหลังเก่าทรุดโทรมมาก จึงได้ตั้งขึ้นใหม่ ณ ริมแม่น้ำกระบี่ ตำบลปากน้ำ ตรงข้ามที่ดั้งเดิม ไปทางทิศตะวันออก

ปัจจุบันนี้ เมืองเจริญขึ้น ศาลากลางหลังเก่าคับแคบ และทรุดโทรม จึงได้สร้างอาคารศาลากลางหลังใหม่ขึ้น หันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ. 2510 ความหมายของคำว่า “กระบี่” มีตำนานเล่าลือกันมาว่า ชาวบ้านได้ขุดพบมีดดาบเล่มหนึ่ง ได้นำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ ต่อมาไม่นาน ก็ขุดพบมีดดาษเล็ก อีกเล่มหนึ่ง รูปร่างคล้ายกับมีดดาบเล่มใหญ่ และได้นำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ เช่นกัน เจ้าเมืองเห็นว่า ควรเก็บไว้เป็นดาบคู่บ้านคู่เมือง เพื่อเป็นสิริมงคล

แต่เนื่องจากขณะนั้น ยังสร้างเมืองไม่เสร็จ จึงได้นำดาบไปเก็บไว้ในถ้ำ เขาขนาบน้ำ หน้าเมือง โดยวางไขว้กัน ลักษณะการวาง จึงกลายเป็นตราสัญลักษณ์ ประจำจังหวัดกระบี่ ในปัจจุบันยังมีการสันนิษฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับที่มาของชื่อ “กระบี่” ในความหมายที่แปลว่า “ลิง” ว่า เมืองกระบี่ก่อนแขวงเมืองปกาสัย เป็นที่ตั้งของเมือง “บันไทยสมอ” ซึ่งเป็นเมืองในสิบสองนักษัตร ขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช และเมืองบันไทยสมอ ใช้ตราลิงเป็นตราประจำเมือง โดยถือเอาความหมายแห่งเมืองหน้าด่านปราการ เพราะลิงในสมัยก่อน ถือว่ามีความองอาจกล้าหาญ เทียบเท่าทหารกองหน้า เช่น บรรดาลิงแห่งกองทัพพระราม และในสภาพความเป็นจริง คนเฒ่า คนแก่ของเมืองกระบี่ เล่าว่า ในสมัยก่อนมีลิงอยู่เป็นจำนวนมาก

เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๒ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยที่ดำรงพระอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ได้เสด็จประพาสเมืองกระบี่ สมัยพระแก้วโกรพ (หมี ณ ถลาง) เป็นเจ้าเมือง ดังความปรากฏ ในจดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. ๑๒๘ (พ.ศ. ๒๓๕๒) พระองค์เสด็จโดยเรือถลาง ผ่านภูเก็ต พังงา มาถึงปากน้ำกระบี่ ทางเมืองกระบี่ ได้จัดขบวนเรือยาว เรือพาย เป็นขบวนต้อนรับ เรือเข้าจอดท่าสะพานเจ้าฟ้า พระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรสถานที่ราชการ ทอดพระเนตรถ้ำหนองกก ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าถ้ำเสด็จ ทอดพระเนตรการชนควาย มวยมลายู หนังตะลุง มโนราห์ และมะยง (มะโย่ง) วันรุ่งขึ้น เรือออกจากเมืองกระบี่ ผ่านเกาะลันตา แหลมกรวด ทอดพระเนตรการงมหอยนางรม วันต่อมาเสด็จเกาะลันตา

ในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ เกิดสงครามมหาเอเซียบูรพา มีกองทหารญี่ปุ่น เข้ามาตั้งอยู่ในเมืองกระบี่ ๒ แห่ง คือที่บริเวณบ้านทุ่งแดง และบริเวณบ้านคลองหิน ใช้อาคารโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล เป็นที่ตั้งกองบัญชาการ หน่วยต่อต้านญี่ปุ่นในจังหวัดกระบี่ ได้ประสานงานกับเสรีไทย ผลักดันให้ญี่ปุ่นถอนทหารออกไป เรือกลไฟชื่อถ่องโห ซึ่งเดิมเป็นเรือสินค้า วิ่งขนส่งสินค้าระหว่าง ภูเก็ต - กระบี่ - ตรัง - ปีนัง ทหารญี่ปุ่น ยึดเอาไปใช้ขนส่งทหาร และสัมภาระ ได้ถูกตอร์ปิโด จากเรือดำน้ำ ฝ่ายสัมพันธมิตร ยิงจมที่บริเวณเกาะหัวขวาน บริเวณทะเลกระบี่ ซากเรือยังจมอยู่ใต้น้ำ มาจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงเวลาสงคราม และหลังสงคราม ชาวกระบี่ขัดสน แร้นแค้นมากกว่าเมืองอื่น ๆ ถึงสองเท่า เพราะกระบี่ในสมัยนั้น มีความทุรกันดาร เป็นปกติอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านการคมนาคมทางบก ติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ คงมีแต่เฉพาะทางเรือ ที่ติดต่อกับจังหวัด ภูเก็ต พังงา ระนอง ย่างกุ้ง ปีนัง สิงคโปร์

กระบี่เป็นเมืองช้างมาแต่โบราณ การตั้งเมืองขึ้น ก็เนื่องมาจากการตั้งพะเนียดจับช้าง ของปลัดเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๗ ชาวบ้านได้คล้องช้าง ที่บ้านป่าหนองเตา ตำบลลำทับ ปัจจุบันคือบ้านป่างาม ตำบลดินอุดม คล้องช้างได้ ๖ เชือก มีช้างเผือกรวมอยู่ด้วย ๑ เชือก เป็นเพศผู้ อายุประมาณ ๔ ปี ให้ชื่อว่าพลายแก้ว ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ทางจังหวัดได้แจ้งไปทางองค์การสวนสัตว์ข อน้อมเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับการสมโภชน์ขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้นามว่า พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวนาถบารมี ฯ เป็นช้างเผือกโท


สถานที่ท่องเทียวที่น่าสนใจ
 ทะเลแหวก
ลึก ล้ำเข้าไปกลางทะเลลึกแห่งอันดามัน ช่วงเวลาหนึ่งที่เรานั่งเรือชมเกาะรูปร่างสวยงามแปลกตา ใครจะเชื่อว่า อีกชั่วข้ามเวลาหนึ่งทะเลที่เราผ่านมาชั่วครู่ จะลดระดับน้ำ ดุจทะเลแหวกออกจนกลายเป็นหาดทรายขาวสะอาดเชื่อมเกาะสองเกาะสองเกาะอย่างน่า อัศจรรย์มีลักษณะเป็นเกาะ 3 เกาะอยู่ในทะเล ยามเมื่อน้ำทะเลลดเป็นแนวยาว 2 เกาะสามารถเดินไปเที่ยวชมได้ซึ่งดูเหมือนเดินอยู่กลางทะเล จึงเรียกว่า ทะเลแหวก ทะเลแหวกสามารถชมได้ดีที่สุดในช่วงเวลาน้ำลงต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะในวันก่อน และหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน ฤดูกาลท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี


 
 

 สระมรกต
สระมรกต สระน้ำสวยใสกลางใจป่า กำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นในผืนป่าที่ราบต่ำภาคใต้ แหล่งสุดท้ายที่พบ นกแต้วแร้วท้องดำ ซึ่งเคยสูญพันธ์ไปนานเกือบ 100 ปี ใครจะรู้บ้างไหมว่า ใจกลางป่าผืนนี้มีทั้งสระน้ำสวยใส และนกหายากอยู่รวมกัน เป็นสระที่รับน้ำมาจากน้ำตกที่ไหลจากเทือกเขาประ-บางคราม น้ำที่ตกมามีสีเขียวคล้ายมรกต เต็มไปทั้งสระ จึงเรียกสระนี้ว่า สระมรกต สระมรกต สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปีแต่สภาพที่ดีซึ่งจะเห็นสระเป็นสีเขียวมรกตสดใส มักจะเป็นช่วงเวลาเช้า และเย็น โดยเฉพาะในวันฤดูร้อนที่ท้องฟ้าสดใสปราศจากเมฆฝน


อ่าวไร่เลย์article
อ่าว ไร่เลย์ และหาดอ่าวพระนาง ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ในบริเวณอ่าวเต็มไปด้วยเกาะแก่งมีทิวทัศน์โดยรอบสวยงามแปลกตากว่าหาดอื่นๆ เพราะด้านหนึ่งของอ่าวเป็นภูเขา มีถ้ำหินงอก หินย้อย เรียกว่า ถ้ำพระนาง ภายในถ้ำจะเป็นหินงอก หินย้อย สลับซับซ้อนเป็นชั้นๆ 

 หมู่เกาะพีพี
มรกต กลางอันดามัน ที่ใครหลายคนปรารถนาจะมาเยือน ด้วยความงามของภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสวยใส การเดินทางที่สะดวกสบาย พรั่งพร้อมไปด้วยที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า แหล่งบันเทิง รวมถึง บริการด้านการท่องเที่ยวที่ครบครัน เป็นสิ่งที่คอยดึงดูดผู้คนจากต่างแดน ให้เดินทางมาสัมผัสกับสวรรค์บนดินแห่ง

เกาะไก่article
เกาะ ปอดะนอก หรือ เกาะไก่ หรือเกาะด้ามขวาน เกาะรูปร่างประหลาด ซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่อเกาะอันหลากหลาย เนื่องจากชะง่อนผาที่ยื่นออกมาทางด้านใต้ ทำให้ผู้พบเห็นเกิดจินตนาการต่างๆกันไป บ้างก็เห็นเกาะคล้ายกับส่วนหัวของไก่ บ้างก็เห็นเป็นด้ามขวานที่วางตั้งอยู่ แต่ฝรั่งตาน้ำข้าวกลับมองเห็นเป็นป็อบอาย

โรงแรมที่พัก

การเดินทาง

1.โดยรถยนต์ส่วนตัว
- จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-ระนอง-พังงา-กระบี่
ระยะทาง 946 กิโลเมตร
- จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถึงจังหวัดชุมพร จากชุมพรใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอ
หลังสวน อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าอำเภอเวียงสระ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4035 ถึงอำเภออ่าวลึก
แล้ววกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้งหนึ่ง ถึงจังหวัดกระบี่ ระยะทาง 814 กิโลเมตร
-จากภูเก็ตการเดินทางโดยรถยนต์จากภูเก็ต ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 402 และหมายเลข 4 ระยะทาง 176 กิโลเมตร

2.รถโดยสารประจำทาง
มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-กระบี่ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11-12 ชั่วโมง
สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 www.transport.co.th ลิกไนท์ทัวร์
โทร. 0 2894 6151-3
ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ไทยรูท ดอทคอม www.thairoute.com

3.รถไฟ
จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ มาลงที่สถานีรถไฟจังหวัดตรัง หรือสถานีรถไฟทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นต่อ รถโดยสาร หรือรถแท็กซี่รับจ้างเข้าจังหวัดกระบี่ สอบถามรายละเอียดได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่ง ประเทศไทย โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือ www.railway.co.th

3.เครื่องบิน
มีบริการเที่ยวบินระหว่าง กรุงเทพฯ-กระบี่ ทุกวัน ท่าอากาศยานกระบี่อยู่ที่ถนนเพชรเกษมทาง ไปอำเภอ เหนือ คลอง ห่างจากตัวเมือง 13 กิโลเมตรสามารถสอบถามตารางบิน และข้อมูลเพิ่มเติม จากสาย การบินต่างๆ ดังนี้
- บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร.1566, 0 2356 1111, 0 2280 0060, 0 2628 2000 หรือ    www.thaiairways.com
- สายการบินไทยแอร์เอเชีย โทร. 0 2515 9999 หรือ www.airasia.com

ขอบคุณข้อมูล
http://www.paiduaykan.com
http://www.tourkrabi.com